#ทุกด้านประกันภัย Tag

"ประกันรถยนต์" แต่ละประเภทมีความคุ้มครองแตกต่างกันดังนี้ ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1  เป็นประกันภัยภาคสมัครใจที่ได้รับความนิยมที่สุด ประกันภัยประเภท 1 ให้การคุ้มครองความเสียหายต่อยานพาหนะทั้งฝั่งผู้เอาประกันภัยและคู่กรณีเมื่อผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด ความบาดเจ็บทางร่างกาย ความเสียหายจากไฟไหม้ โจรกรรม หรือภัยธรรมชาติเช่น น้ำท่วม นอกจากนี้ยังคุ้มครองไปถึงความเสียหายต่อกระจกรถ และค่าใช้จ่ายในการลากจูงด้วย ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2  คุ้มครองชีวิตร่างกาย ความบาดเจ็บ ทรัพย์สินของคู่กรณี เมื่อผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด รวมถึงให้ความคุ้มครองความสูญหายและเหตุไฟไหม้ของตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย แต่ไม่คุ้มครองถึงตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยกรณีชน หรือ พลิกคว่ำ ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3  ให้ความคุ้มครองเฉพาะชีวิตร่างกาย และทรัพย์สินของคู่กรณี เมื่อผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิดเท่านั้น ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+  ให้ความคุ้มครองเหมือนประเภท 2 แต่มีส่วนเพิ่มคือการให้ความคุ้มครองต่อตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย กรณีชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น ในวงเงินที่ได้ซื้อไว้ ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ ให้ความคุ้มครองเหมือนประเภท 2 แต่มีส่วนเพิ่มคือการให้ความคุ้มครองต่อตัวรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย กรณีชนกับยานพาหนะทางบกเท่านั้น ในวงเงินที่ได้ซื้อไว้         การทำประกันภัยรถยนต์ถือเป็นความคุ้มครองภาคสมัครใจ จะเลือกทำ แต่พรบ.ก็ได้ แต่จะให้ความคุ้มครองเฉพาะร่างกายบุคคลภายนอกเท่านั้น ไม่ได้ให้ความคุ้มครองในส่วนของทรัพย์สินหรือรถยนต์ด้วย ดังนั้นหากเราเป็นฝ่ายผิดในอุบัติเหตุครั้งนั้น เราต้องจ่ายค่าเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดทั้งของตนเองและคู่กรณีด้วยตัวเอง ซึ่งความเสียหายอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุอาจสูงกว่าค่าเบี้ยประกันภัยที่ต้องจ่ายในแต่ละปีก็ได้ ติดตามข่าวสารที่เป็นประโยชน์ได้ที่ www.tsib.co.th พบทุกคำตอบด้านประกันภัยที่ TSIB...

ประกันรถยนต์ชั้น5 ก็คือ ประกันรถยนต์ชั้น 3+ และ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ที่ให้คุ้มครองเพิ่มขึ้นจากประกันภัยประเภท 2 และ 3 นั่นคือ มีการเพิ่มความคุ้มครองความเสียหายของรถยนต์คันเอาประกัน นั่นเอง *หมายเหตุ เฉพาะการเกิดอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น ซึ่งหมายถึง รถที่เดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ โดยใช้พลังงานเชื้อเพลิง เช่น น้ำมัน ก๊าซ หรือกำลังไฟฟ้า และรวมถึง รถพ่วง รถไฟ รถราง จุดเด่นของประกันรถยนต์ชั้น5       1. คุ้มค่า  เป็นประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับเจ้าของรถทั่วไป ที่ต้องการจ่ายเบี้ยให้คุ้มค่าที่สุดกับโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุทางรถเท่านั้นทั้งนี้ สาเหตุที่เบี้ย ต่ำกว่าชั้น 1 มาก (เริ่มต้นประมาณ 5,000 บาทสำหรับทุนประมาณ450,000 บาท และสูงขึ้นตามทุน) ก็เพราะมีเงื่อนไขที่ไม่สามารถเคลมรถรอบคันโดยไม่มีคู่กรณีได้ เช่น การเคลมแห้งหรือ การเคลมสีรอบคัน       2. รวดเร็ว  ไม่ต้องตรวจสภาพรถ สามารถคุ้มครองได้ทันทีที่ทำประกันภัย ความคุ้มครองของประกันภัยชั้น5 ความคุ้มครอง ชั้น 2+ ชั้น 3+ 1.ความรับผิดต่อความเสียหาย ต่อชีวิต...

กฎหมายกำหนดให้เจ้าของรถมีหน้าที่ต้องทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติ(พรบ.)คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เมื่อเจ้าของรถฝ่าฝืนไม่ทำประกันภัยแล้วรถคันดังกล่าวไปก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ประสบภัย เจ้าของรถจึงมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายนั้นถ้าผู้ประสบภัยได้รับบาดเจ็บเจ้าของรถต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล หรือ ถ้าเสียชีวิตต้องรับผิดชอบค่าปลงศพอย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่าจำนวนที่กฎหมาย กำหนดไว้(กรณีบาดเจ็บเท่าที่รักษาจริงจะไม่เกิน 30,000 บาท หากเสียชีวิต 35,000 บาท ) หากน้อยกว่านี้ผู้ประสบภัยหรือทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยยังคงมาขอรับส่วนที่ยังขาดอยู่ได้จาก กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย เมื่อกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจ่ายไปแล้วกฎหมายกำหนดให้นายทะเบียนตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มีหน้าที่เรียกเงินตามจำนวนที่ได้จ่ายไปคืนจากเจ้าของรถรวม ทั้งเงินเพิ่มในอัตราร้อยละยี่สิบของจำนวนค่าเสียหายเบื้องต้นที่จ่ายจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยเพื่อเข้าสมทบ อีกต่างหากภายใน 7 วันนับแต่วันที่ไดรับคำสั่งจากนายทะเบียน ติดตามข่าวสารที่เป็นประโยชน์ได้ที่ www.tsib.co.th พบทุกคำตอบด้านประกันภัยได้ที่ TSIB...